บ้านสายธารรักมนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำและขุนเขา

สถิติของร้าน
เปิดร้าน
26/02/2553
ปรับปรุง
02/03/2553
ผู้ชมทั้งหมด
6,628
สินค้าทั้งหมด
50
 รายละเอียดสินค้า
แก้ไขล่าสุด :
2010-03-11 08:33:12
รหัสสินค้า :
50
สภาพสินค้า :
สินค้าใหม่
ราคา :
650.00 ฿
ยี่ห้อ :
รุ่น :
ลิงก์ :
Tag ที่เกี่ยวข้อง :
ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่า ทางรถไฟสายมรณะ ก็เพราะว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ ประมาณ 61 700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดีย อีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่าและอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร อนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ ตั้งอยู่ที่ ต.สิงห์ อ.ไทรโยค อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์บ้านเก่า 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีคูน้ำและแนวคันดินเป็นชั้นๆ คล้ายกำแพงโบราณรูปสี่เหลี่ยม เมื่อถึงสะพานไปจังหวัดกาญจนบุรี ( หลักกิโลเมตรที่ 68 - 69 ) ให้ท่านขับขึ้นสะพานไป หลังลงสะพานแล้ว จากนั้นขับตรงไปประมาณ 11.2 กิโลเมตร ท่านจะพบสี่แยก ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปไปถ้ำค้างคาว เลี้ยวขวาไปกาญจนบุรี ) ให้ท่านเลี้ยวขวา แล้วขับตรงไป ประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงตัวอำเภอท่ามะกา จากนั้นให้ขับตรงไปประมาณ 18.5 กิโลเมตร จะถึงแยกซ้ายไปตัวอำเภอท่าม่วง ไม่ต้องเลี้ยว ให้ขับตรงไปประมาณ 11.1 กิโลเมตร จะผ่านศาลากลางจังหวัด ซึ่งอยู่ด้านขวามือของท่าน จากนั้นขับตรงไป ประมาณ 2.4 กิโลเมตร จะผ่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต 1 ( ททท ) ซึ่งอยู่ด้านขวามือของท่าน เลยจาก ททท ไปประมาณ 200 เมตร ทางด้านขวามือของท่าน คือ สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นขับตรงไปประมาณ 3.9 กิโลเมตร ท่านจะผ่านแยกซ้ายมือเข้าสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไม่ต้องเลี้ยวให้ขับตรงไป จากแยกซ้ายเข้าสะพานข้ามแม่น้ำแควขับตรงไปประมาณ 2.6 กิโลเมตร ท่านจะพบสี่แยก ถ้าตรงไปจะไปน้ำตกเอราวัณ + เขื่อนศรีนครินทร์ ให้ท่านเลี้ยวซ้ายที่แยกนี้ มุ่งหน้าสู่อำเภอไทรโยค เมื่อเลี้ยวซ้ายแล้ว ให้ขับตรงไป ประมาณ 25.4 กิโลเมตร จากนั้นให้ท่านเลี้ยวซ้ายมือ แล้วขับไปตามเส้นทาง ประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึง อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ ...รถเก๋งไปได้นะครับ ...เป็นทางราดยางตลอดเส้นทาง.. น้ำตกไทรโยคน้อย หรือน้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่สวย อีกแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี ในฤดูฝน จะมีน้ำตกลงมา เต็มหน้าผา ส่วนฤดูแล้ง จะไม่ มีน้ำ แต่บริเวณน้ำตก ก็ยังคงสภาพธรรมชาติ ที่สวยงาม ร่มรื่น น้ำตกเขาพัง อยู่ริมถนนสาย กาญจนบุรี - ไทรโยค - ทองผาภูมิ ห่างจากตัวเมือง ๔๒ กิโลเมตร น้ำตกไทรโยคใหญ่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี น้ำตกไทรโยคใหญ่ อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ที่ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย แยกเป็น 2 แพร่ง ส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือเป็นน้ำตกขนาดกลางชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้นๆ มีความสูงประมาณ 8 เมตร ทางด้านใต้เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า สายน้ำที่พุ่งตกลงมากระเซ็นสู่ลำแควน้อย เราสามารถชมทัศนียภาพของน้ำตกไทรโยคได้โดยการเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้ามหรือโดยทางน้ำ ใน ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัสบรรยากาศ ของความหนาวเย็นแห่งสายน้ำและขุนเขา ผ่านน้ำตกมีเสน่ห์ชวนให้หลงไหลยิ่งนัก " ชื่อน้ำตกไทรโยค " เป็นที่มาของ เพลงเขมรไทรโยค ที่สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงนิพนธ์ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้น " ลักษณะของน้ำตกไทรโยค " เป็นน้ำตกแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ตัวน้ำตกไหลจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อย และทางกรมป่าไม้ได้ปลูกต้นสักโดยรอบน้ำตกด้วย ช่องเขาขาด อนุสรณ์แห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด อนุสรณ์แห่งความทรงจำ เส้นทางเดินชมช่องเขาขาด นับจากสงครามโลกครั้งที่สองอุบัติขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2482 เป็นเวลาเกือบ 70 ปีแล้ว ที่ความสูญเสียยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในสถานที่ต่างๆ ให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงวีรกรรมของบรรพชน รวมไปถึงช่องเขาขาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะอันโด่งดังแห่งจังหวัดกาญจนบุรี ทางรถไฟสายมรณะ เริ่มสร้างขึ้นในราวเดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 โดยกองทัพญี่ปุ่นต้องการใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธและกำลังพลจากเมืองไทยไปยังพม่าและอินเดีย จึงได้เกณฑ์เชลยศึกทั้งชาวเอเชียและชาวตะวันตกกว่า 300 000 คน เนื่องจากกองกำลังญี่ปุ่นต้องรีบเร่งสร้างทางรถไฟ ทำให้เชลยศึกต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนในบริเวณที่ทำการตัดช่องเขาขาดนั้น มีแสงแวบๆ จากกองไฟส่องกระทบร่างที่ผอมโซของคนงาน จึงเป็นที่มาของชื่อ "ช่องไฟนรก" หรือ "ช่องเขาขาด" นอกจากนี้ระหว่างสร้างทางรถไฟยังมีเชลยศึกบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากการทำงานอย่างหนัก ทั้งจากการถูกทารุณ ทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บ การขาดแคลนอาหาร แต่ท้ายที่สุดทางรถไฟก็สร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 มีระยะทาง 451 กิโลเมตร จากสถานีหนองปลาดุก อ.บ้านโป่ง ประเทศไทย ไปยังเมืองตันบูซายัต ประเทศพม่า ครั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง กองกำลังญี่ปุ่น(ฝ่ายอักษะ)พ่ายแพ้ เชลยศึกที่ยังมีชีวิตรอด ได้ถูกส่งกลับไปยังประเทศของตน โรคภัยและบาดแผลที่ได้รับแม้จะยังหลงเหลืออยู่ แต่ก็ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และมีการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์เลวร้ายที่ได้พบ เชลยศึกแทบทุกคนก็ยังคงมีบาดแผลในใจไปตลอดชีวิต สำหรับบริเวณช่องเขาขาด ที่เป็นเส้นทางแคบๆ ตัดผ่านเนินเขา ปัจจุบันได้ถูกบูรณะ ปรับปรุงให้เป็น"พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด" เพื่อเป็นดังอนุสรณ์แห่งความทรงจำ และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยความคิดริเริ่มของ เจ จี ทอม มอร์ริส อดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย ซึ่งเคยทำหน้าที่ในการสร้างทางรถไฟสายมรณะแห่งนี้ ภายในพิพิธภัณฑสถาน มีการจัดแสดงมินิเธียเตอร์และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จากตัวพิพิธภัณฑ์มีบันไดเพื่อลงไปสู่เส้นทางเดินชมสถานที่จริงของช่องเขาขาด ซึ่งมีทั้งหมด 15 จุด แต่ละจุดจะมีเสียงประกอบการบรรยาย และแผ่นป้ายต่างๆ ให้ความรู้ โดยสามารถติดต่อขอรับเครื่องโสตได้ที่เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ สำหรับเส้นทางเดินชมช่องเขาขาดนั้นเป็นเส้นทางโรยกรวดหิน มีแท่นเหล็กรางรถไฟบนแก่นหมอนไม้ที่หลงเหลืออยู่เป็นบางส่วน หมุดตอก ก้อนหิน รถเข็นเศษหิน ทำให้ผู้ที่เข้าชมร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ในสมัยนั้น รวมไปถึงเลือดเนื้อของเชลยศึกที่สูญเสียไป ที่แห่งนี้ ซึ่งช่องเขาขาด นับเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามได้เป็นอย่างดีอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย

ที่นี่มีรัก เป็นบ้านพักของผู้ที่ชอบสายน้ำ ที่อยากเรียกขานให้ผู้คนมาพักเพื่อฟังเสียงน้ำตกไหล ที่พักเป็นโฮมสเตย์แบบนี้หาได้ไม่ง่ายนัก จึงอยากเชิญมาพักเพื่อผ่อนคลาย